เล่นดนตรีเป็นกลุ่ม ช่วยพัฒนาการลูกได้อย่างไร

ในคลาสกลุ่มของเรา เด็กแต่ละคนไม่ได้เรียนบทเดียวกัน ทุกคนเรียนตามระดับของตัวเอง แต่บางช่วงของคาบ ครูจะชวนทั้งกลุ่มมาเล่นเพลงเดียวกัน ตอนนั้นแหละที่น่าดู คนที่มือไวต้องรอเพื่อน คนที่หลงจังหวะต้องฟังแล้วกลับเข้ามา ถ้ามีคนเล่นเร็วกว่าคนอื่นทั้งเพลง ก็จะได้เพลงที่ฟังเหมือนรถไฟชนกันสี่ขบวน เด็กเรียนรู้เรื่องนี้ได้เร็วมาก
จะเล่นให้พร้อมกันได้ เด็กต้องฟังเพื่อน รอเพื่อน และปรับตัวเองเข้าหาคนอื่น ทักษะพวกนี้ใช้กับชีวิตนอกห้องดนตรีได้ทั้งหมด และมีงานวิจัยที่วัดเรื่องนี้ไว้จริงจังด้วย
เด็ก 4 ขวบที่ร้องเพลงด้วยกัน ช่วยกันมากขึ้น
Kirschner กับ Tomasello จากสถาบันมักซ์พลังค์ ให้เด็ก 4 ขวบเล่นเกมเป็นคู่ กลุ่มหนึ่งร้องเพลงและเคาะจังหวะไปด้วยกัน อีกกลุ่มเล่นเกมที่ได้คุยและเล่นด้วยกันพอๆ กัน แต่ไม่มีดนตรี จากนั้นนักวิจัยสร้างสถานการณ์ที่เด็กมีโอกาสช่วยเพื่อน เช่น เพื่อนทำของหล่นหรือต้องการคนช่วยทำอะไรให้เสร็จ
เด็กกลุ่มที่ทำดนตรีด้วยกันช่วยเหลือและร่วมมือกับเพื่อนมากกว่า โดยไม่มีใครบอก นักวิจัยอธิบายว่าการร้องและขยับไปพร้อมกัน ทำให้เด็กรู้สึกว่ามีเป้าหมายเดียวกันกับอีกคน
เล่นเป็นกลุ่มต่อเนื่องหนึ่งปี เข้าใจคนอื่นมากขึ้น
ทีมจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ให้เด็ก 8-11 ปีเล่นเกมดนตรีเป็นกลุ่มสัปดาห์ละครั้งตลอดปี เทียบกับเด็กที่ทำกิจกรรมละครและการอ่านแบบไม่มีดนตรี และเด็กที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเพิ่ม เด็กกลุ่มดนตรีเข้าใจความรู้สึกคนอื่น (empathy) ได้ดีขึ้น
กิจกรรมที่ทีมนี้ใช้มีสองแบบหลัก แบบแรกคือเล่นตามประโยคดนตรีของเพื่อน ต้องตั้งใจฟังว่าเพื่อนเล่นอะไรมา อีกแบบคือปรับจังหวะตัวเองให้ตรงกับคนอื่น ทั้งสองอย่างฝึกให้เด็กใส่ใจคนข้างๆ
เรียนเป็นกลุ่ม 10 เดือน เด็กที่เคยไม่ค่อยช่วยใคร เปลี่ยนมากที่สุด
ทีมของ Glenn Schellenberg จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต (2015) ตามดูเด็ก ป.3–ป.4 ที่เรียนดนตรีเป็นกลุ่มตลอด 10 เดือน เทียบกับเด็กที่ไม่ได้เรียน เด็กกลุ่มดนตรีมีความเห็นใจคนอื่นและช่วยเหลือคนอื่นเพิ่มขึ้นมากกว่า
ผลนี้เห็นชัดที่สุดในเด็กที่ตอนเริ่มเรียนยังไม่ค่อยแบ่งปันหรือช่วยเหลือใคร ส่วนเด็กที่ทำเรื่องพวกนี้ได้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ได้เปลี่ยนมาก แปลว่าเด็กที่ยังต้องฝึกเรื่องอยู่กับคนอื่น อาจได้ประโยชน์จากการเรียนเป็นกลุ่มมากที่สุด
ร้องเพลงด้วยกัน ร่วมมือกันมากกว่าวาดรูปด้วยกัน
Arla Good กับ Frank Russo จากมหาวิทยาลัยไรเออร์สัน (2016) แบ่งเด็กประถมที่มาจากหลายเชื้อชาติและหลายฐานะเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกร้องเพลงด้วยกัน กลุ่มที่สองวาดรูปด้วยกัน กลุ่มที่สามเล่นเกมแข่งขัน จากนั้นให้เล่นเกมที่เลือกได้ว่าจะแบ่งให้เพื่อนหรือเก็บไว้เอง
เด็กที่เพิ่งร้องเพลงด้วยกันมา เลือกร่วมมือกับเพื่อนมากกว่าทั้งสองกลุ่ม ทั้งที่กลุ่มวาดรูปก็ได้ทำกิจกรรมด้วยกันเหมือนกัน นักวิจัยมองว่าการร้องและขยับไปตามจังหวะเดียวกัน ทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน
ขยับตามจังหวะเดียวกัน ทำให้เด็กที่ไม่รู้จักกันร่วมมือกันได้เร็วขึ้น
Tal-Chen Rabinowitch กับ Andrew Meltzoff จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (2017) ให้เด็ก 4 ขวบที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนั่งชิงช้าคู่กัน บางคู่ไกวพร้อมกันเป็นจังหวะเดียว บางคู่ไกวไม่พร้อมกัน แล้วให้ช่วยกันทำเกมที่ต้องใช้สองคน
คู่ที่ได้ไกวพร้อมกันทำเกมเสร็จเร็วกว่า และหันมาสื่อสารกันมากกว่า งานนี้ไม่ได้ใช้ดนตรีโดยตรง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมการเล่นดนตรีให้ลงจังหวะเดียวกันกับเพื่อน ถึงทำให้เด็กเข้าขากันง่ายขึ้น
เรียนในวงต่อเนื่อง 2 ปี สมองด้านการฟังโตเร็วขึ้น
ทีมของ Assal Habibi จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (2016) ตามดูเด็ก 6–7 ขวบที่เรียนดนตรีเป็นวงในโครงการ Youth Orchestra Los Angeles เทียบกับเด็กที่เล่นกีฬา และเด็กที่ไม่ได้เรียนอะไรเพิ่ม ก่อนเริ่ม ทั้งสามกลุ่มไม่ต่างกัน
ผ่านไป 2 ปี เด็กกลุ่มดนตรีแยกความต่างของเสียงได้ดีกว่า และสมองส่วนที่ประมวลผลเสียงพัฒนาเร็วกว่าอีกสองกลุ่ม ต้องบอกตามตรงว่าเด็กในโครงการนี้เรียนหนักกว่าเรามาก ราวสัปดาห์ละ 6–7 ชั่วโมง ตัวเลขนี้เลยไม่ได้แปลว่าเรียนสัปดาห์ละคาบจะได้ผลเท่ากัน แต่ทิศทางเดียวกัน
งานพวกนี้ส่วนใหญ่ทำในต่างประเทศ และวัดเด็กเป็นกลุ่มใหญ่ ลูกแต่ละคนจะได้อะไรมากน้อยแค่ไหนก็ต่างกันไป สิ่งที่ครูเห็นในห้องเองคือ เด็กที่มีเพื่อนเล่นด้วยมักอยากกลับมาเรียนทุกสัปดาห์ และการได้มาเรียนต่อเนื่อง ก็เป็นทางเดียวที่จะได้ผลพวกนี้
ในห้องเรียนของเรา
คลาสดนตรีที่บ้านครูหมีเป็นกลุ่มเล็ก ครูหนึ่งคนต่อเด็กไม่เกินสี่คน เด็กแต่ละคนเรียนตามจังหวะของตัวเอง บางคนเพิ่งเริ่ม บางคนเรียนมาหลายคอร์สแล้ว กลุ่มเล็กพอให้ครูดูนิ้วมือกับท่านั่งของแต่ละคนได้ทั่วถึง แล้วบางช่วงของคาบ ทั้งกลุ่มก็ได้เล่นเพลงเดียวกัน และได้ดีใจไปด้วยกันตอนเพลงจบพร้อมกัน
การได้เรียนกับเพื่อนที่อยู่คนละระดับช่วยเด็กได้ทั้งสองทาง เด็กที่เพิ่งเริ่มได้เห็นเพื่อนที่เล่นได้แล้ว แล้วอยากเล่นให้ได้แบบนั้นบ้าง ส่วนเด็กที่เล่นได้ก่อน พอเห็นเพื่อนยังติดท่อนที่ตัวเองเคยผ่านมา ก็มักเป็นคนแรกที่ช่วยเชียร์ให้กำลังใจ ครูไม่ได้จับใครมาเทียบกัน เด็กเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กันเอง
ผู้ปกครองบางคนกังวลว่าเรียนกลุ่มแล้วลูกจะได้รับการดูแลไม่เท่าเรียนเดี่ยว สำหรับเด็กเล็ก ครูว่าการมีเพื่อนในห้องทำให้หลายคนอยากมาเรียนมากขึ้น และเด็กก็เรียนรู้จากการดูเพื่อนได้เยอะกว่าที่ผู้ใหญ่คิด
เกมดนตรีที่เล่นกับลูกได้ที่บ้าน
- ปรบมือตามกัน คนหนึ่งปรบเป็นจังหวะสั้นๆ อีกคนปรบตาม แล้วสลับกันเป็นคนนำ
- ร้องเพลงในรถคนละท่อน ใครลืมเนื้อต้องฮัมแทน (คนขับรถจะได้ยินเพลงเดิมซ้ำทั้งทาง ทำใจไว้ก่อน)
- เคาะจังหวะตามเพลงที่ลูกชอบด้วยของในบ้าน กล่องข้าว ช้อน หม้อ ได้หมด แต่อาจต้องขอโทษห้องข้างๆ ไว้ล่วงหน้า
อยากให้ลูกได้ลองเรียนดูไหม
ทักมาคุยกับเราได้เลย เดี๋ยวจัดวันทดลองเรียนฟรีให้ ไม่มีข้อผูกมัด
ทักไลน์นัดทดลองเรียนฟรี